<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[กองทุนหมู่บ้าน]]></title>
<link>https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/index/id/107</link>
<atom:link href="https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/index/id/107" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[อธิบดี พช. ร่วมคณะปลัด มท. มอบนโยบาย ผู้ว่าฯ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการภาคอีสาน 20 จังหวัด ขอความร่วมมือผู้ว่า ขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดิน สร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อการพัฒนาและเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/detail/id/107/iid/1085</link>
<guid isPermaLink="false">ec4485a96ddf98ea26031111788a45cd</guid>
<pubDate>Fri, 29 Mar 2024 14:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (28 มี.ค. 67) เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมเทพนครและอัลวาเรซ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานตามโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำในการเสริมสร้างบทบาทของหมู่บ้านสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร รองอธิบดีกรมการปกครอง นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และอุบลราชธานี และผู้บริหารส่วนกลาง เข้าร่วมการประชุม</p>

<p>นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาเข้าร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียงและมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกอบรมตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำในการเสริมสร้างบทบาทของหมู่บ้านสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในวันนี้ ซึ่ง &ldquo;ความสำเร็จของการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่ผู้นำที่เป็นคนมหาดไทย&rdquo; เพราะสังคมยกย่องให้เกียรติผู้ว่าราชการจังหวัดเปรียบเสมือน &ldquo;นายกรัฐมนตรีของจังหวัด&rdquo; และเป็นผู้นำสูงสุดในการนำพาราชการส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่อยู่ในจังหวัด ในการช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การศึกษา สาธารณสุข และเรื่องอื่น ๆ ในทุกมิติ ไปสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม</p>

<p>&ldquo;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสแก่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 ณ อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร โดยได้ตรัสถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็น &ldquo;พ่อเมือง&rdquo; ในการดูแลประชาชนตลอดจนลูกหลานเยาวชน ดังนั้น &ldquo;ผู้นำ&rdquo; จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องเอาจริงเอาจัง ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี และใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่มีในการนำภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีเครือข่าย ร่วมแรงแข็งขันช่วยกันขับเคลื่อนทุกสิ่งอย่างที่จะช่วย &ldquo;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&rdquo; ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนได้ และประการที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ดังพระราชดำรัสที่พระองค์ท่านมีพระกระแสรับสั่งในการ &ldquo;ทำด้วยน้ำใจ&rdquo; มาให้พวกเราทุกคน เพื่อให้เราในฐานะราชสีห์ผู้ภักดีของแผ่นดิน และผู้เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีหลักชัยมุ่งมั่นทุ่มเทกายและใจทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประสบความสำเร็จ และส่งผลดีทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุข สมดังที่ปรากฏในพระปฐมบรมราชโองการ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ว่า &ldquo;เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป&rdquo; และพระราชดำรัส &ldquo;ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&rdquo; ได้สำเร็จด้วยน้ำมือของพวกเรา ด้วยการร่วมไปช่วยกันทำให้บ้านเมืองของเรา จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านของเรา เกิดการช่วยกัน &ldquo;แก้ไขในสิ่งผิด&rdquo; และสืบสานในพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ภายใต้ &ldquo;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&rdquo; นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม</p>

<p>นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้ายว่า สิ่งที่กล่าวไปนั้นจะมีค่าอย่างยิ่ง หากพวกเราทุกคนร่วมลงมือทำ ทำด้วยน้ำใจ และทำให้ยั่งยืน น้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามหลัก 4 กระบวนการ คือ &ldquo;ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์&rdquo; ทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และขอฝากอนาคตของคนไทย และประเทศชาติไว้ในมือพวกเราชาวมหาดไทยทุกคน ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่ด้วยน้ำใจ อุทิศทุ่มเท &ldquo;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืนด้วยน้ำใจ&rdquo; ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน รับภาระในการเป็นนายกรัฐมนตรีของจังหวัด และนายกรัฐมนตรีของอำเภอ ด้วยจิตวิญญาณของราชสีห์ผู้ภักดีของแผ่นดิน จิตวิญญาณของนักปกครองผู้รักประชาชนไปด้วยกัน</p>

<p>ด้านนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์มียุทธศาสตร์การพัฒนาที่เน้นหนักในด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเจริญเติบโต เรามีสนามกีฬาที่ได้รับมาตรฐานของโลก เช่น การแข่งขันจักรยานยนต์ &ldquo;MotoGP&rdquo; ซึ่งในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมกว่า 180,000 คน คิดเป็นเงินหมุนเวียนประมาณ 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ มีการจัดการแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอน ระดับ Gold Label ในระดับโลก ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่เป็นอย่างมาก ตลอดจนมีศักยภาพในพื้นที่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้สร้างให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอด 365 วัน เรียกว่า &ldquo;การท่องเที่ยวเมืองบุรีรัมย์&rdquo; ซึ่งทั้งหมดคือศักยภาพของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้รับการพัฒนาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับการประชุมโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำในการเสริมสร้างบทบาทของหมู่บ้านสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการประชุมในระดับภูมิภาค โดยจังหวัดบุรีรัมย์มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และพร้อมในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในทุกด้าน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน</p>

<p>#WorldSoilDay #วันดินโลก<br />
#UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI<br />
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข<br />
#SoilandWaterasourceoflife<br />
#SustainableSoilandWaterforbetterlife<br />
#ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน<br />
#SDGsforAll #ChangeforGood</p>

<p>กองสารนิเทศ สป.มท.<br />
ครั้งที่ 486/2567<br />
วันที่ 28 มี.ค. 2567</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cddprovincesite.emskynet.com/th/file/get/file/1.202412191618f11536883915d279f5be5249d8cd145040.jpg' type='image/jpeg' length='21642' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อธิบดี พช. เยี่ยมชมบูธ OTOP ระนอง ในโอกาสประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2567]]></title>
<link>https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/detail/id/107/iid/1084</link>
<guid isPermaLink="false">484a7e7acebefd53b1a59e755f835288</guid>
<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 14:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (23 ม.ค. 67) เวลา 11.30 น. ณ บริเวณหน้าหอประชุมคอซู้เจียง ศูนย์ราชการจังหวัดระนอง ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไพโรจน์ โสภาพร เลขานุการกรม และนายนพรัตน์ ธำรงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน ได้เดินเยี่ยมชมบูธ OTOP ระนอง โดยมีสินค้า OTOP เด่นกว่า 25 ร้าน มาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับคณะรัฐมนตรี สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้อง โดยมีสินค้าโดดเด่นที่ขายดี อาทิ ผ้าปาเต๊ะปักลูกปัดปลาเค็มฝังทรายไร้แดด ชุดผ้าปาเต๊ะตัดสำเร็จรูป เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซาลาเปาทับหลี กาแฟชงสดตราไข่มุก เป็นต้น ยอดขายรวมทั้งสิ้น 476,145 บาท โดยอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้ชื่นชมและให้กำลังใจ แก่ผู้ประกอบการ OTOP ที่มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า มีนายจักรพันธ์ ตระการศาสตร์ พัฒนาการจังหวัดระนองนำเยี่ยมชม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cddprovincesite.emskynet.com/th/file/get/file/1.2024121930f3762173da9626f75ca7c57a18c461144909.jpg' type='image/jpeg' length='323071' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดระนองเลือกลายผ้า “ทรัพย์รักษ์ระนอง” ต้อนรับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.สัญจร 1/2567 ที่จังหวัดระนอง]]></title>
<link>https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/detail/id/107/iid/1083</link>
<guid isPermaLink="false">99052e0db9bd086450a4e01ac7fa86f5</guid>
<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 14:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ผ้า &ldquo;ทรัพย์รักษ์ระนอง&rdquo; ที่ได้มีการผสมผสาน ลาย &ldquo;ดอกรักราชกัญญา&rdquo; ลายแปดเหลี่ยมลักษณะเหมือน &ldquo;เก๋งจีน ฝนแปด&rdquo; และ ลาย &ldquo;ประแจจีน&rdquo; เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว บนผืนผ้าบาติก สีครามทำมือ บรรจงตัดเย็บอย่างประณีต เพื่อเตรียมไว้สำหรับต้อนรับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.สัญจร 1/2567 ที่ จังหวัดระนอง ในวันที่ 22 &ndash; 23 ม.ค. 67 นี้</p>

<p>สำหรับความหมายของลายผ้า &ldquo;ทรัพย์รักษ์ระนอง&rdquo; มีดังนี้ ซึ่งจะมีลาย &ldquo;ดอกรักราชกัญญา&rdquo; บนผ้าบาติก เป็นลายพระราชทานพระราชทานเป็นของขวัญแก่ช่างทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิค เยาวชนคนรุ่นใหม่และชาวไทยทุกคน ที่มุ่งมั่นสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์พื้นถิ่นให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ 36 พรรษา ลาย &ldquo;แปดเหลี่ยม&rdquo; ลักษณะเหมือน &ldquo;เก๋งจีน ฝนแปด&rdquo; แสดงถึงทรัพยากรธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ เมืองฝนแปดแดดสี่ ลาย &ldquo;ประแจจีน&rdquo; เป็นหนึ่งในรูปแบบลายผ้าอินทนิล สินธุ์แร่นอง สื่อถึงความหมายสัญลักษณ์ความมงคลเป็นตัวแทนของความราบรื่นหมุนเวียนไม่สิ้นสุดสื่อถึง ลมและกระแสน้ำ นำพาความเจริญทางการค้าทางทะเล และแลกเปลี่ยนสินแร่ก่อนเกิดวัฒนธรรมร่วมกันหลายเชื้อชาติ เรียกได้ว่า ชิโนโปรตุกีส</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cddprovincesite.emskynet.com/th/file/get/file/1.202412198b3fb1a765867b5cfff306890093a5e8144645.jpg' type='image/jpeg' length='434651' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ. ระนอง]]></title>
<link>https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/detail/id/107/iid/1082</link>
<guid isPermaLink="false">8187299a3a1e934cd06cac3cbaf73735</guid>
<pubDate>Mon, 22 Jan 2024 14:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 22 ม.ค. 67 เมื่อเวลา 09.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานระนอง ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เพื่อตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 ระหว่างวันที่ 22-23 ม.ค.นี้ โดยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมในคณะดังกล่าว</p>

<p>โดยเมื่อมาถึงท่าอากาศยานระนอง มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ระนอง และข้าราชการ รอต้อนรับ จากนั้นจุดแรกเวลา 10.50 น. นายกรัฐมนตรีสักการะศาลหลักเมืองระนอง ผูกผ้าเจ็ดสีและปิดทอง และสักการะอนุสาวรีย์พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) ณ ศาลหลักเมืองระนอง ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง โดยมีประชาชนมาให้การต้อนรับ มอบดอกกุหลาบแดงให้กำลังใจ</p>

<p>จากนั้น เวลา 11.15 น. ณ ท่าเรือระนอง-เกาะสอง ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามประเด็นการค้าผ่านแดน แรงงานข้ามชาติ พิธีการศุลกากร ประมงและพบปะผู้แทนชาวประมงในการแก้ไขปัญหา IUU รวมถึงพบปะประชาชนกลุ่มประมง และมอบบัตรคนไทยผลัดถิ่น 14 คน ให้แก่ตัวแทนผู้รับมอบ พร้อมด้วย นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากน้ำหัวหน้าส่วนราชการ นายกสมาคมประมงระนอง ผู้ประกอบการประมง และประชาชนมารอให้การต้อนรับ</p>

<p>เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงบริเวณท่าเรือระนองได้ทักทายและขอบคุณประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่นและพูดคุยกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง รวมทั้งพบปะกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นด้วย จากนั้น นายกรัฐมนตรีรับฟังสรุปรายงานจาก 4 หน่วยงาน (ด่านศุลกากร ด่านตรวจประมงระนองตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง จัดหางานจ.ระนอง) เพื่อติดตามประเด็นการค้าชายแดน แรงงานข้ามชาติ พิธีการศุลกากร การประมงการแก้ไขปัญหา IUU โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มาจังหวัดระนองครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยมาพร้อมกับคณะรัฐมนตรี รู้สึกซาบซึ้งกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและจริงใจของประชาชนชาวจังหวัดระนองในครั้งนี้ รวมถึงความจริงใจที่ชาวใต้มีให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แม้จังหวัดระนองเป็นจังหวัดเล็ก แต่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ</p>

<p>สำหรับประเด็นเรื่องท่าเรือ ที่ได้รับฟังซึ่งมีหลากหลายมิตินั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการปรับท่าเรือระนองให้มีการยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น เพราะรัฐบาลคำนึงถึงการค้าชายแดนและการเดินทางระหว่างของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการปรับปรุงท่าเรืออย่างเดียวคงไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด แต่เรื่องของการขนส่งสินค้าทั้งขาเข้า-ขาออก ก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะผู้ประกอบการต้องการความสะดวกสบาย one stop service เวลามาแล้วไม่ต้องเสียเวลาในการคอยหรือต้องผ่านหลาย ๆ โต๊ะ ตรงนี้ก็เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ที่ต้องการจะทำให้ท่าเรือระนองแห่งนี้มีความทันสมัย และมีความสะดวกสบายในการใช้</p>

<p>นายกรัฐมนตรียืนยันเรื่องนี้จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่จะทำให้ท่าเรือนี้ดีขึ้นเท่านั้น แต่จะดูไปถึงเรื่องของการประมงด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหา IUU เกิดผลสำเร็จไปในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้สามารถปลดล็อกเรือประมงไทยให้ออกไปค้าขายดีขึ้น</p>

<p>นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ ในภาพใหญ่รัฐบาลต้องการพลิกฟื้นอาชีพประมงไทย เพราะ 9 ปีที่ผ่านมากฎหมายประมงไม่ตรงกับแนวทางปฏิบัติจริง ผู้ประกอบการประมงรายเล็ก กว่า 20,000 ราย ต้องเลิกกิจการไป รัฐบาลจึงได้ปรับ พรบ. ประมงเพิ่มเติมฯ เพื่อทำให้ประมงไทยกลับมามีรายได้และส่งออกได้มากขึ้น คนไทยได้ทานอาหารทะเลที่มีคุณภาพและราคาถูก อนุรักษ์ทะเลได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็เคารพในกติกาสากลที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ดูแลคุ้มครองแรงงานไม่ให้ผิดหลักสิทธิมนุษยชน และทำให้สินค้าประมงจากไทยโปร่งใสตรวจสอบได้</p>

<p>จากนั้น เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ติดตามโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเล อ่าวไทย &ndash; อันดามัน (Landbridge ชุมพร &ndash; ระนอง) ณ อุทยานแห่งชาติแหลมสน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงคมนาคม และนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย</p>

<p>ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเล อ่าวไทย &ndash; อันดามัน (Landbridge ชุมพร &ndash; ระนอง) จากทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ลงพื้นที่บริเวณนี้ พร้อมได้รับฟังการนำเสนอถึงวิธีการโดยภาพรวม รวมทั้งการคาดการณ์ว่าจะมีการถมทะเลเท่าไหร่ มีระยะห่างออกไปเท่าไหร่ และยังมีการสร้างสะพานที่มีตอม่อ ทำให้เรือประมงของพี่น้องประชาชนยังคงสามารถประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ ในการริเริ่มโครงการใหญ่ ๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรับฟังความเห็น และชี้แจงประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ซึ่งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่มีโครงการใหญ่ Mega Project เลย โดยในช่วงอดีต นายกรัฐมนตรี ดร. ทักษิณ มีโครงการขนาดใหญ่ที่สำเร็จและสร้างประโยชน์ให้ประเทศมหาศาล คือสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาประเทศทำให้ไทยพัฒนาถึงทุกวันนี้ได้</p>

<p>ทั้งนี้ โครงการ Landbridge เป็นโครงการเชื่อมโยงท่าเรือฝั่งอันดามัน บริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และอ่าวไทย บริเวณแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ด้วยเส้นทางมอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังระบบรถไฟในประเทศได้ เพิ่มศักยภาพการขนส่งของไทย ร่นระยะเวลาขนส่งข้ามช่องแคบมะละกาที่แออัด รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และสามารถขยายท่าเรือ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ โครงการนี้จึงถือว่าสำคัญ เพราะจะนำความเจริญมาสู่ประเทศ สร้างแรงจูงใจให้บริษัทขนาดใหญ่ระหว่างประเทศมาตั้งฐานผลิตรถยนต์ เครื่องจักรกล อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ในไทย สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศ</p>

<p>อย่างไรก็ดี สำหรับข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะมีการศึกษาถึงผลกระทบในขั้นต้น และต่อไปจะเริ่มศึกษาลงไปที่แหล่งน้ำพุร้อน แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ต่อไป ในส่วนของการจ้างงาน ให้มองว่าเป็นเรื่องของโอกาส โดยท่าเรือที่สร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่ท่าเรือขนสินค้าเท่านั้น แต่รวมถึงเรือสำราญ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญทั้งเป็นของชาวระนองและจังหวัดแถบอันดามัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาภาคใต้ทั้งภูมิภาค ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ในการทำ Mega Project นี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำการศึกษาอย่างละเอียดในทุกมิติควบคู่กันไป</p>

<p>จากนั้น เวลา 16.00 น. ณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อ.เมืองระนอง จ.ระนอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เยี่ยมชมการบริหารจัดการบ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยอดนิยมของจังหวัดระนอง ที่มีบ่อน้ำแร่ร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดที่มีการชูอัตลักษณ์ชุมชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>

<p>โดยนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการบ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน พร้อมทั้งเยี่ยมชมสินค้าโอทอป อาทิ กระเป๋าหนังแท้ Handay ผลิตภัณฑ์หนังวัวย้อมจากธรรมชาติ สินค้าอบแห้ง กุ้งเสียบ กุ้งอบแห้ง น้ำพริกกะปิ โรงคั่วกาแฟระนอง</p>

<p>ภายหลังการเยี่ยมชมฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายของรัฐบาลและวิสัยทัศน์ของเมืองในด้านการท่องเที่ยว โดยเริ่มต้นจากการวางผังแม่บทนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชุมชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cddprovincesite.emskynet.com/th/file/get/file/1.202412193460b1dcb667132a622a65f0a944c021144344.jpg' type='image/jpeg' length='144942' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พช. ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี]]></title>
<link>https://cddprovincesite.emskynet.com/th/content/category/detail/id/107/iid/1081</link>
<guid isPermaLink="false">3b822f652474752e5be020c02e3717a7</guid>
<pubDate>Mon, 22 Jan 2024 14:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 22 มกราคม 2567 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ครั้งที่ 1/2567 เพื่อรับฟังและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในการประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการ เข้าร่วมประชุมได้แก่ นางสาวมัลลิกา อัพภาสกิจ (ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง), นางสาวปิยนันท์ จาละ (ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ), นางสุนีย์ บุตรเนียร (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานกองทุนชุมชน), นางพรทิพย์ ตั้งกีรติ (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาสตรีและองค์กรสตรี), นางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการธุรกิจและองค์กร) และนายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p>

<p>คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้ติดตามการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในประเด็น ดังนี้</p>

<p>1) รายงานผลการเบิกจ่ายตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2567 ผลการเบิกจ่ายภาพรวม 223,576,851.13 บาท คิดเป็นร้อยละ 16.70 โดยมีรายละเอียดดังนี้<br />
&ndash; งบบริหาร 63,470,330.13 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.65<br />
&ndash; งบอุดหนุน 6,197,112 บาท คิดเป็นร้อยละ 8.85<br />
&ndash; งบทุนหมุนเวียน 153,909,409 บาท คิดเป็นร้อยละ 15.39<br />
&ndash; คงเหลืองบประมาณ 1,14,824,834.87 บาท คิดเป็นร้อยละ 83.30</p>

<p>2) การบริหารจัดการหนี้ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2567 มียอดลูกหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566 จำนวน 3,530 ล้านบาท ได้รับเงินชำระคืนในปีบัญชี 2567 จำนวน 268 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.60 หนี้เกินกำหนดชำระ จำนวน 687 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.47 มีจังหวัดที่สามารถบริหารจัดการหนี้เกินกำหนดชำระต่ำกว่าร้อยละ 10 จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส, ชัยภูมิ, ตาก, เชียงราย, นครนายก, อ่างทอง, ชลบุรี, พิษณุโลก, อุบลราชธานี และพระนครศรีอยุธยา</p>

<p>3) การบริหารจัดการหนี้ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กรุงเทพมหานคร<br />
&ndash; ชี้แจงความก้าวหน้าการดำเนินการทางกฏหมาย<br />
&ndash; แผนการจัดการหนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2567 มียอดลูกหนี้คงเหลือ จำนวน 85 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.18 เงินรับชำระคืนในปีบัญชี 2567 จำนวน 1,595,382.64 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.83 หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 14 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.14 และหนี้เกินกำหนดชำระ 70 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81.04<br />
&ndash; การจัดทำหนังสือทวงถามหนี้ค้างชำระถึงลูกหนี้ จำนวน 14 โครงการ จำนวน 70 ฉบับ และมีลูกหนี้ติดต่อกลับเพื่อขอเข้าร่วมมาตรการลดหรืองดเบี้ยปรับดอกเบี้ยผิดนัด ตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวน 2 โครงการ</p>

<p>4) รายงานผลข้อมูลการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีแพ่ง และคดีอาญา ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2567 โดยจำแนกออกเป็น<br />
&ndash; คดีแพ่ง : ผิดสัญญากู้ยืมเงิน 444 โครงการ<br />
&ndash; คดีอาญา : ยักยอก 117 โครงการ, ฉ้อโกง 18 โครงการ , ปลอมแปลงเอกสาร 13 โครงการ<br />
&ndash; อยู่ระหว่างบังคับคดี 162 โครงการ<br />
&ndash; ยุติการดำเนินคดี 56 โครงการ</p>

<p>5) รายงานผลการดำเนินงานตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 17 มกราคม 2567<br />
&ndash; ลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการยกเลิกสัญญาค้ำประกันเงินกู้รายบุคคล และการปลดหนี้รายบุคคลของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2565 จำนวนทั้งสิ้น 917 ราย เป็นจำนวนเงิน 23,643,302.48 บาท<br />
&ndash; ลูกหนี้ขอเข้าร่วมมาตรการหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข การพิจารณาลดหรืองดเบี้ยปรับดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญากู้ยืมเงินของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจำนวน 2,167 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 31,538,052.74 บาท</p>

<p>6) การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p>

<p>7) ขออนุมัติโครงการประเภทเงินอุดหนุนจังหวัดชลบุรี (คณะกรรมการสตรีภาคกลาง &ndash; กพสภ.)</p>

<p>8) การจัดทำข้อตกลงการให้สินเชื่อการกู้ยืมเงินเพื่อที่อยู่อาศัยและเงินกู้เพื่อเป็นสวัสดิการ สำหรับบุคลากรของรัฐกับธนาคาร โดยการเพิ่มเติมพนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน</p>

<p>9) ขอให้พิจารณาทบทวนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p>

<p>ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมี นางสาวสุวรรณา รอดเรือง ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ, นางพัชรินทร์ พานำมา ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาศักยภาพกองทุน, นายวีระพล ปักคำไทย ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายร่วมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เข้าร่วมประชุมฯ โดยพร้อมเพรียงกัน</p>

<p>ภาพ/ข่าว : งานเครือข่ายสัมพันธ์ กลุ่มพัฒนาศักยภาพกองทุน สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p>

<p>#MOI<br />
#กระทรวงมหาดไทย<br />
#SDGTH<br />
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข<br />
#cdd<br />
#changeforgood<br />
#กรมการพัฒนาชุมชน<br />
#กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี<br />
#ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cddprovincesite.emskynet.com/th/file/get/file/1.20241219597ffa22ec5d6c5ee4e6204b3eef77bf144030.jpg' type='image/jpeg' length='79333' />
</item>
</channel>
</rss>
